ซื้อสินค้าจากร้านค้าออนไลน์
พบว่ามีบางคนรู้สึกกังวลเกี่ยวกับการใช้บัตรเครดิตสั่งซื้อสินค้าต่างๆ เช่น กระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า ฯลฯ ทางอินเตอร์เน็ตจากร้านค้าออนไลน์ต่างๆ โดยเลือกที่จะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้ขายแทน ซึ่งในความเห็นของเราแล้วการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตมีความปลอดภัยมากกว่าการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารผู้ขายเสียอีก ทั้งนี้เพราะว่าถ้าเกิดกรณีที่จ่ายเงินไปแล้วไม่ได้รับสินค้าหรือบริการตามที่สั่งซื้อไว้ก็สามารถแจ้งกับทางสถาบันการเงินผู้ออกบัตรได้ว่าขอระงับรายการชำระดังกล่าว ซึ่งต่างกับการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้ขายโดยตรงที่การตามเอาเงินคืนกลับมานั้นยุ่งยากลำบากกว่ามาก แต่ก็ต้องตรวจสอบเงื่อนไขของสถาบันการเงินที่ออกบัตรเครดิตให้ดีเสียก่อนว่ามีการคุ้มครองการซื้อสินค้าหรือไม่และอย่างไร เพราะแต่ละแห่งก็มีเงื่อนไขแยกย่อยแตกต่างกันไป โดยบางแห่งอาจจะไม่คุ้มครองการสั่งซื้อสินค้าลักษณะนี้ของลูกค้าเลยก็มี
ในการใช้บัตรเครดิตสั่งซื้อสินค้ากับร้านค้าออนไลน์ทั่วไปนั้น แรกๆ ที่ยังไม่ชินอาจจะรู้สึกยุ่งยากนิดหน่อย แต่เมื่อได้ทำรายการสั่งซื้อบ่อยๆ แล้วจะรู้สึกว่าซื้อง่ายจ่ายคล่องกว่าการออกไปโอนเงินผ่านตู้ ATM หรือที่เคาน์เตอร์ธนาคารเสียอีก ซึ่งบางครั้งการจะตัดสินใจเลือกซื้อกระเป๋าหรือสินค้าอื่นๆ ว่าจะซื้อกับร้านไหนดีก็มีการพิจารณาว่ารับบัตรเครดิตมั๊ยร่วมด้วย
อีกกรณีหนึ่งก็คือร้านค้าออนไลน์ที่อยู่ในต่างประเทศ หากเราไม่สามารถจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตได้ก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงในการส่งเงินระหว่างประเทศหรือกับบางร้านเราก็ไม่สามารถสั่งซื้อสินค้าด้วยได้เลยเพราะร้านนั้นรับเฉพาะบัตรเครดิต
พูดถึงการซื้อสินค้าในโลกออนไลน์ ตัวกลางในการส่งเงินระหว่างผู้ซื้อผู้ขายที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางก็คือ PayPal ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง แทบจะทุกร้านค้าออนไลน์ในต่างประเทศจะรับชำระเงินด้วยบัญชี PayPal แต่ในปัจจุบันการที่คนไทยจะเปิดบัญชี PayPal ได้จะต้องมีบัตรเครดิตเท่านั้นและใช้การตัดเงินจากบัญชีบัตรเครดิตในการชำระเงินผ่านระบบของ PayPal
ในไทยเราเองก็มีบริการตัวแทนการรับส่งหรือชำระเงินเหมือนกับ PayPal เช่นกันนั่นก็คือ PaySbuy ช่วยอำนวยความสะดวกกับลูกค้าส่วนใหญ่ที่ไม่ชำนาญภาษาอังกฤษและด้วยสำนักงานอยู่ในไทยก็ทำให้ติดต่อเวลาเกิดปัญหาได้ง่ายและสะดวกกว่า เพียงแต่ในตอนนี้ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากเหมือน PayPal แต่ในอนาคตก็มีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆ
